กรรมสิทธิ์ของห้องชุดที่ถือโดยชาวต่างชาติในแต่ละโครงการอาคารชุดจะต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งหมดของทุกยูนิตในโครงการนั้น ๆ (ตัวอย่างเช่น หากคอนโดมิเนียมโครงการหนึ่งมีจำนวนห้อง 100 ห้อง (โดยทั้งนี้แต่ละห้องมีขนาดเท่ากัน) ชาวต่างชาติสามารถถือครองเป็นเจ้าของคอนโดในโครงการนั้นได้เพียง 49 ห้อง)
เงินสำหรับซื้อคอนโดมิเนียมจะต้องเป็นเงินโอนมาจากต่างประเทศ และเป็นสกุลเงินต่างประเทศ โดยระบุวัตถุประสงค์ในการโอนเงินเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย
นอกจากนี้คอนโดมิเนียมดังกล่าวจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด
หลังจากซื้อคอนโดมิเนียมแล้ว คุณจะได้รับโฉนดที่ดินเป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้เงินกองทุน และค่าธรรมเนียมในการบำรุงรักษาคอนโดก็เป็นอีกสิ่งที่คุณควรรู้ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของแต่ละยูนิต คิดเป็นต่อตารางเมตร และมียังการเรียกเก็บเงินเป็นค่าบำรุงรักษา และบริหารจัดการคอนโดมิเนียม
แม้ว่าการซื้อคอนโดในประเทศไทยนั้นจะฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีบางสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงในการหาผู้ช่วยเหลือ ในการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบประวัติผู้ขาย หรือประวัติของอาคาร หรือการหาทนายความเพื่อช่วยดำเนินการในด้านเอกสารต่างๆ เช่น สัญญาซื้อขาย และการโอนเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่คุณไม่ควรมองข้ามในการที่จะทำให้การซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย
บริษัทของเราให้บริการทำรายงานการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due diligence) ของคอนโด โดยทางเราจะตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้าง ประวัติเจ้าของโครงการก่อสร้าง และลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ นอกจากนี้เรายังมีทนายความที่ผ่านการรับรองคอยช่วยคุณตรวจสอบสัญญาซื้อขายก่อนที่คุณจะลงนามในสัญญา ทั้งนี้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการในการซื้อคอนโดมิเนียมของคุณนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปลอดภัย
เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเราตลอดกระบวนการจัดตั้งทั้งหมด ทีมงานมืออาชีพของเราจะคอยให้คำแนะนำ และให้ข้อมูล และดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทการค้านอกประเทศให้กับคุณ ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ให้บริการอย่างครบวงจร เรายังมีบริการเปิดบัญชีธนาคารในต่างประเทศ และบริการรับทำบัญชีให้ด้วย